เมล็ดมะขาม 30 บาท สู่สกัดสารชุ่มชื้นราคาถึง 3 ล้าน

เมล็ดมะขาม 30 บาท สู่สกัดสารชุ่มชื้นราคาถึง 3 ล้าน

กระหม่อมได้เห็นถึงข่าวนี้ จึงเอามาฝากเกษตรกรชาวสวนมะขามกัน

จากการเปิดเผยของคุณชัยวัฒน์ ศรีเทศ ชาวนางั่ว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งกล่าวว่าในแต่ละปีโรงงานรับซื้อมะขามจากชาวสวนมาอบแห้งเป็นเนื้อมะขาว 100 เปอร์เซ็นต์ได้เนื้อมะขาม 30 ตัน อีก 70 ตันเป็นเมล็ดและเปลือกกลายเป็นภาระต้องจ้างคนขนเอาไปทิ้งเมล็ดมะขามงอกขึ้นกลายเป็นวัชพืช กำจัดยากอีกต่างหาก จนกระทั่งในที่สุดโชคดีได้พบกับคุณภาคภูมิ เพิ่มมงคล

ภาคภูมิ เพิ่มมงคล นักพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ จึงปรึกษาหาวิธีนำเมล็ดและเปลือกมะขามสามารถใช้ทำประโยชน์อะไรได้บ้าง

ถึงได้รู้..เมล็ดมะขามมีสารไฮยาลูโรนิกแอชิด(Hydrolyzed Hyaluronic acid) เป็นสารให้ความชุ่มชื้นเกรดฟรีเมียมชั้นดี ที่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางทั่วโลกนิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

สารให้ความชุ่มชื้นที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางมีอยู่ 2 กลุ่ม..กลุ่มที่1 ได้จากการเพาะเลี้ยงเชื้อแบคทีเรีย โดยใช้เนื้อไก่เป็นอาหารเพาะเลี้ยง แต่วิธีนี้ทำให้เกิดความวิตกกังวลกลัวการติดเชื้อจากสัตว์ปีก ส่วนกลุ่มที่ 2 ได้จากธรรมชาติโดยเฉพาะในเมล็ดมะขาม เมล็ดองุ่น เปลือกสนฝรั่งเศส

ปี 2559 จึงได้ร่วมกับ ดร.ธัญชนก เมืองมั่นนักวิจัยจากศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประไทย (วว.) พัฒนาวิธีการสกัดเมล็ดมะขาวเพื่อให้สารสร้างความชุ่มชื้น

นำเมล็ดมะขามสะอาดมาแช่ในตัวทำละลายกลุ่มพอลิแซ็กคาไรด์นาน 8 ชม. จะได้สารออกฤทธิ์ที่มีสรรพคุณทางเภสัชวิทยาในด้านการต้านอนุมูลอิสระด้านการเกิดเม็ดสีผิวจากบาดแผล และด้านการอักเสบ

เมล็ดมะขาม 10 กก.แช่สารตัวทำละลาย 90 กก.จะได้สารสกัดที่ให้ความชุ่มชื้น 100 กก.ขายได้มูลค่าสูงถึง 3,000,000 บาท เพราะในวงการเครื่องสำอางสารตัวนี้วื้อขายกันในราคา กก.ละ 30,000-40,000 บาท

นี่คือความยอดเยี่ยมของนักวิจัยไทย ถ้าเราเป็นเกษตรกรรู้จักที่จะปรึกษานักวิชาการย่อมส่งผลดีกับธุรกิจเกษตรของเรา และนี่ก็เป็นการยืนยันว่าการทำการเกษตรวันนี้ต้องทำเกษตรหมดจดไม่มีอะไรเหลือทิ้งเป็นขยะเลย

เอื้อเฝื้อภาพประกอบจาก Internet

ขอขอบคุณที่มาจาก เพื่อนแท้เกษตรไทย ปีที่ 16 ฉบับที่ 2 เมษายน – มิถุนายน 2562